เกาหลีใต้…….ทะยานสู่ความเป็นหนึ่ง

แฟลช : ใครมีเวลาบ้างก็อยากให้อ่านข้อความที่จะนำเสนอต่อไปนี้ แล้วอยากใ้ห้ตั้งคำถามกับตัวเองว่า ตอนนี้เราทำอะไร แล้วเกาหลีเค้าทำอะไร คิดดูให้ดีนะ ไม่ใช่เพียงแต่จะชื่นชมเขาแค่นั้น คิดคิดดูให้ดีๆ 555

เกาหลีใต้คือตัวอย่างการก้าวกระโดดสู่ความเป็นหนึ่ง การพัฒนาเมือง ระบบคมนาคม ทรัพยากรมนุษย์ ระบบพลังงาน ทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อสร้างเศรษฐกิขของชาติที่แข็งแกร่งและการเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่ไม่ใช่เฉพาะเอเชีย แต่เป็นของโลก

ความห้าวหาญในการทำธุรกิจได้นำพาให้เกาหลีใต้เป็นที่จับตามองในการไต่อันดับโลก ในปี 2009 เกาหลีใต้เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับ 9 ของโลกด้านจอภาพและเมมโมรี่ ชิพส์ เป็นอันดับ 2 ด้านการส่งออกโทรศัพท์มือถือ อันดับ 5 สำหรับรถยนต์ และติด Top10 สำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เหล็ก และสิ่งทอ และน่าทึ่งที่สุดก็คือการเป็นผู้ส่งออกอุตสาหกรรมต่อเรือเ็ป็นอันดับ 1 ของโลก เมื่อหันมาดูเป็นรายบริษัท เช่น ซัีมซุงอิเล็กทรอนิกส์ จะเห็นว่าในปี 2009 กำไรของซัมซุงเป็น 2 เท่าของบริษัทอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการอุปโภคและบริโภค 9 แห่งของญี่ปุ่นรวมกัน และปี 2010 ซัมซุงก็สามารถขึ้นนำหน้ายักษ์ใหญ่อย่างฮิวเลตต์-เเพคการ์ดและซีเมนต์

ขณะที่อุตสาหกรรมเกาหลีใต้มุ่งเน้นการส่งออกแต่ในด้านการท่องเที่ยวนั้น เกาหลีใต้เลือกที่จะเน้นการนำเข้านักท่องเที่ยว ย้อนไปในปี 1980 ประเทศนี้เปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยวได้เพียง 1 ล้านคนต่อปี อีก 10 ปีต่อมาเพิ่มเป็น 3 ล้านคน และในปี 2010ตัวเลขก็พุ่งทะยานเกือบ 9 ล้านคน หนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ของเกาหลีใต้คือ การอยู่ในอันดับท้ายตารางการแข่งขันเมื่อพูดถึงการท่องเที่ยวในเอเชีย นักท่องเที่ยวไม่อยากไปที่เกาหลีใต้ แต่พวกเขาแค่อยากจะต่อเครื่องบินผ่านสนามบินไปโดยไม่จำเป็นต้องลงจากเครื่องบินเลยแม้แต่น้อยดังนั้น เกาหลีใต้จึงลงทุนทั้งเวลาและเงินจำนวนมหาศาล กระทั่งสามารถสร้างปรากฏการณ์ให้สนามบินนานาชาติอินชอนได้รับการโหวตให้เป็นอันดับหนึ่ของโลกถึง 6 ปีติดต่อกัน

ขณะที่ความพยายามจะผลักดันให้กรุงโซลแข่งขันกับเมืองจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวอย่างนิวยอร์กหรือปารีสนั้น เริ่มต้นตั้งแต่การที่กรุงโซลได้เปลี่ยนเมืองไปถึง 4 ครั้ง ตั้งแต่ในยุคสงครามเกาหลี จนถึงขณะที่มันถูกสร้างขึ้นใหม่และขยายเมืองออก บัดนี้โซลได้กลายเป็นศูนย์รวมเศรษฐกิจระหว่างประเทศของเอเชีย ความทะเยอทะยานของโซลมีให้เห็นทั่วทั้งเมือง และภาพที่เด่นชัดมากที่สุดก็คือ โครงการมหึมาซึ่งต้องอาศัยความกล้าและบ้าบิ่นอย่างมากของเทศบาลเมืองอย่าง “ทงแดมุน ดีไซน์พลาซ่า” สิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่มูลค่า 102,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ผลงานออกแบบของซาฮาฮาดิด ที่เปลี่ยนสนามกีฬาให้เป็นศูนย์กลางแฟชั่นและการออกแบบของเมือง ทั้งหมดนี้เพื่อพุ่งเป้าให้โซลเป็นเมืองหลวงด้านการออกแบบของโลก ไปพร้อมๆกับการสร้างทรัพยากรมนุษย์ หรือ Soft power ที่มีประสิทธิภาพอย่างมาก ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงคลื่นดารานักร้องหรือนักกีฬาเท่านั้น แต่เกาหลีใต้ยังตั้งเป้าไปกลุ่มมนุษย์ทำงานสร้างสรรค์ทั้งหมดเพื่อให้เป็นพลังงานใหม่ที่จะสร้างชาติให้เป็นอันดับหนึ่ง

เกาหลีใต้ในวันนี้ปรากฏขึ้นในความเร็วที่เกือบจะทำให้ใครบางคนคาดไม่ถึงด้วยซ้ำไป สักวันหนึ่งทุกอย่างที่เป็นแบรนด์ของเกาหลีใต้อาจจะไปปรากฏอยู่ในตู้เสื้อผ้า กระเป๋าเครื่องสำอาง ห้องรับแขก สำนักงาน หอศิลปะ หรือห้องสมุด รอบๆตัวเรา เพียงแต่วันนี้ แบรนด์เกาหลีอาจจะยังไปได้ไม่ไกลทั่วโลก แต่เชื่อได้ว่า ณ ช่วงเวลานี้พวกเขาต่างกำลังเตรียมตัวเพื่อสร้างอัตราเร่งรอบใหม่ที่ทรงพลังมหาศาลอยู่แน่นอน

ที่มา : นิตยสารคิด© Creative Thailand สร้า้งเศรษฐกิจไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s