เรียงความเรื่อง “เด็กชายพวงมาลัย” โดยปรนันท์ สีบูพิมพา

เด็กชายพวงมาลัย

          คนไทยมีความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตอยู่ตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่ดินไม่เว้นแม้กระทั่งยานพาหนะอย่างรถยนต์ที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน ต่างคนต่างเชื่อในการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของตนต่างกันไปและนี่อาจทำให้เกิดอาชีพกับคนกลุ่มหนึ่งที่รวมตัวกันเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนที่ต้องการสิ่งสักการบูชาอย่างพวงมาลัยดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม

          ในยุคโลกาภิวัตนี้ทำให้สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างรถยนต์หรือเครื่องยนต์ต่างๆ มีความสำคัญต่อมนุษย์ในการใช้สอยหรือเอาไว้เดินทางติดต่อสื่อสารกันและด้วยการแข็งขันทางการตลาดทำให้รถยนต์ในปัจจุบันมีมากมายมองไปทางไหนก็มีแต่รถยนต์ จนทำให้บางครั้งผู้ขับเองมีความกังวลใจในการเดินทางไม่ว่าจะเป็นช่วงเทศกาลหรือวันสำคัญต่างๆที่ผู้คนมักจะเดินทางกลับบ้านเกิดของตนจึงไม่เพียงแต่พึ่งประสบการณ์ของตน แต่ยังต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้คุ้มครองตลอดเส้นทาง จึงต้องมีการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้เกิดความสบายใจ

“พวงมาลัยไหมครับ”หรือท่าทีที่ยกพวงมาลัยโชว์เป็นเชิงการถามว่าเอาไหมครับด้วยท่าทางที่นอบน้อมที่คนใช้รถใช้ถนนอย่างผู้ปกครองเราหลายคนคงชินตาเมื่อได้เดินทางโดยรถยนต์แล้วติดอยู่ตามสี่แยกไฟแดงต่างๆคนที่มีความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือต้องการความหอมของดอกไม้ย่อมลดกระจกลงแล้วถามกลับไปว่า “พวงละเท่าไหร่” แล้วเขาก็ตอบว่า “พวงลพ20บาทครับ”  “เอาหนึ่งพวง” แล้วก็ยื่นมือรับพวงมาลัยมาพร้อมกับยื่นเงินจำนวน20บาทให้เขาและเราก็มักจะได้ยินคำว่าขอบคุณจากใจของเขาเสมอ “ขอบคุณครับ”

จะวันไหนๆก็ตามทั้งแดดจะออกหรือฝนจะตกเราก็ยังจะเห็นคนกลุ่มนี้ ยืนขายพวงมาลัยอยู่ตามสี่แยกแล้วก็อาจจะมีที่ไปหลบอยู่ตามป้อมตำรวจที่อยู่ตามเกาะข้างถนน ก็เป็นภาพที่น่าประทับใจของการทำงานร่วมกันของคนกลุ่มนี้เพื่อบริการให้กับคนอีกหลายคนที่ใช้ชีวิตแบบเร่งรีบจนไม่มีเวลาได้ชื่นชมกับความงามของดอกไม้เท่าใดนัก และเราก็มักจะเห็นคนที่คอยร้อยพวงมาลัยให้กับเด็กขายพวงมาลัยตามข้างทางที่นับวันก็เริ่มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แสดงให้เห็นว่ามีผู้คนอยู่จำนวนมากที่ยังต้องการพวงมาลัยมาห้อยไว้ที่หน้ารถของตน

เมื่อ 40 กว่าปีก่อนแม่เล่าให้ฟังว่า “ช่วงเวลากลางคืนนั้นจะเป็นช่วงเวลาของรถใหญ่อย่างรถ 10 ล้อ ที่บรรทุกของขนข้ามจังหวัดหนึ่งไปอีกจังหวัดหนึ่ง กลุ่มคนขายพวงมาลัยก็มีกลเม็ดในการหารายได้จากการขายพวงมาลัยในช่วงเช้ามาขายเครื่องดื่มชูกำลังอย่าง เอ็มร้อยห้าสิบหรือกระทิงแดงด้วยเสริมกับพวงมาลัยในช่วงเวลากลางคืนอีกด้วย” แต่ที่ดิฉันสังเกตจากปัจจุบันแล้วเมื่อเวลาหัวค่ำคนขายพวงมาลัยก็พากันเก็บของกลับบ้านกันเรียบร้อยแล้ว ด้วยสาเหตุใดไม่ทราบ แต่น่าจะเกิดจากที่ปัจจุบันมีศูนย์บริการเครื่องอุปโภคบริโภค ตามปั๊มน้ำมัน อย่าง SEVEN ELEVEn คอยบริการ ที่อาจจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้สังคมของคนขายพวงมาลัยในช่วง40ปีก่อนเปลี่ยนไป

คนเราไม่หลายประเภทแต่ที่ทราบกันดีสำหรับคนทั่วไปในสังคมไทยคือขี้สงสาร เห็นใจผู้อื่นแล้วชอบช่วยเหลือผู้อื่นที่ด้อยกว่า นี่อาจเป็นนิสัยที่คนกลุ่มนี้มองออกว่าจะนำเสนอการขายอย่างไรให้สร้างกำไรได้มากที่สุด บางครอบครัวที่ซื้อพวงมาลัยอาจไม่ได้มาจากการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์แต่เกิดจากความน่ารักน่าสงสารหรือน่าเอ็นดูของเด็กตัวเล็กๆที่คอยถือพวงมาลัยเดินตามรถยนต์แล้วถามว่า “ซื้อพวงมาลัยไหมครับ” นี่ก็อาจเป็นสิ่งที่ทำให้เราเห็นแต่เด็กตัวเล็กๆที่มาขายพวงมาลัย ทำให้เราเรียกกันจนติดว่า “เด็กขายพวงมาลัย”

พวงมาลัยหรือดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมเรามักจะนำไปบูชาพระหรือสิ่งที่เราเคารพบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ชีวิตและครอบครัวตามสังคมของชาวพุทธ ที่เรามักจะเห็นอยู่ทุกครั้งที่มีการตักบาตรทำบุญต่างๆเราก็จะเห็นมีการบูชาดอกไม้ด้วย ตามความเชื่อของแต่ละคน เช่น เชื่อว่าการบูชาดอกไม้นั้นทำให้ชาติหน้าเราเกิดมาหน้าตาสวยงาม และคนไทยเราเองก็มักจะมีความเชื่อต่างๆมากมาย ฉะนั้นแล้วดอกไม้ก็ยังเป็นสิ่งที่ยังจะอยู่คู่กับชาวไทยไปอีกนาน

หากวันหนึ่งที่คนกลุ่มนี้หายไปจากสังคมเชื่อว่า สังคมตอนนั้นคงไม่ต่างอะไรกับเครื่องจักรที่คอยแต่ทำงานจนไม่สนใจที่จะเคารพบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิที่เราเคยเคารพนับถือกันมาอย่างยาวนาน

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s